แชร์

เกษตร 4.0 คืออะไร? เปิดโลกการเกษตรยุคใหม่ที่เกษตรกรไทยต้องเข้าใจ

อัพเดทล่าสุด: 29 ก.ค. 2025
217 ผู้เข้าชม

เกษตร 4.0 คืออะไร? เปิดโลกการเกษตรยุคใหม่ที่เกษตรกรไทยต้องเข้าใจ

ประเทศไทยถือเป็นอีกหนึ่งภูมิประเทศที่เหมาะสำหรับทำการเกษตร แต่ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรไทยกำลังต้องเจอกับปัญหาต้นทุนสูง ผลผลิตไม่แน่นอน ราคาผลผลิตตกต่ำ และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้แนวคิด เกษตร 4.0 กลายเป็นความหวังใหม่ที่อาจทำให้การเกษตรแม่นยำและได้ผลตอบแทนมากขึ้น

บทความนี้ CMT จะพาพี่น้องเกษตรกรมาทำความรู้จักกับเกษตร 4.0 ว่าคืออะไร มีแนวคิดการทำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง และถ้าหากต้องการทำการเกษตรในยุคใหม่นี้ พี่น้องเกษตรกรต้องวางแผนเตรียมตัวรับมืออย่างไรบ้างกัน

เกษตร 4.0 คืออะไร? ทำความเข้าใจเพื่องานเกษตรอย่างยั่งยืน

พี่น้องเกษตรกรหลายคนน่าจะสงสัยว่า เกษตร 4.0 คืออะไร และต่างจากเกษตรยุคเดิมอย่างไร ต้องบอกว่าเกษตร 4.0 คือการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้พัฒนาด้านการเกษตรเพื่อความยั่งยืน โดยเป็นการพัฒนาการร่วมกันตั้งแต่เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม (1.0)  สู่การเกษตรที่เน้นผลผลิตจำนวนมาก (2.0, 3.0) จนกลายเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ (4.0) 

ซึ่งเกษตร 4.0 หรือการเกษตรสมัยใหม่นี้มีเป้าหมายคือลดทรัพยากรแรงงาน เน้นการใช้อุปกรณ์เพื่อเข้าสู่การทำเกษตรอัจฉริยะ แต่ได้ผลผลิตคุณภาพและผลตอบแทนคุ้มค่ามากกว่าการเกษตรแบบเดิม ๆ

เทคโนโลยีสำคัญในยุคเกษตร 4.0

แน่นอนว่าในยุคที่เทคโนโลยีและดิจิทัลเข้ามามีบทบาทกับหลาย ๆ อย่างในสังคม ซึ่งรวมไปถึงการเกษตรด้วย พี่น้องเกษตรกรสมัยใหม่จึงต้องมีการปรับตัวและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเกษตร 4.0 ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้วางแผนเข้าสู่การทำเกษตร 4.0 แบบยั่งยืนในระยะยาว

1. Internet of Things (IoT) กับงานเกษตร

Internet of Things อาจดูเป็นเรื่องที่เข้าถึงยาก แต่จริง ๆ แล้วก็เริ่มมีพื้นที่การเกษตรหลายแห่งเริ่มใช้ IoT กับงานเกษตรแล้ว เช่น การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพดิน ซึ่งที่ต้องมีคำว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเพราะเซ็นเซอร์เหล่านี้ต้องทำงานร่วมกับอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนนั่นเอง

การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความชื้นและอุณหภูมิ จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรคำนวณปริมาณการใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเพิ่ม-ลดการให้น้ำ ช่วยประหยัดต้นทุน ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่ามากขึ้น และไม่ต้องลงแรงเช็กสภาพทั้งสวนด้วยตนเอง

2. โดรนและเครื่องจักรอัจฉริยะ

โดรนและเครื่องจักรอัจฉริยะจะเป็นตัวช่วยที่ลดภาระแรงงานของพี่น้องเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องจักรกลการเกษตร CMT ที่ใช้ฉีดพ่นปุ๋ยแบบติดรถไถ ไม่ต้องเดินฉีดเอง หรือการใช้โดรนในแปลงเกษตร บินสำรวจแปลงว่ามีจุดไหนผิดปกติหรือไม่ พื้นที่ไหนมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ช่วยให้แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

3. Big Data และ AI

การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Big Data เป็นหนึ่งในแนวคิดของฟาร์มอัจฉริยะที่จะช่วยในการทำนายปริมาณผลผลิต และนำมาใช้เสริมในการบริหารจัดการไร่สวนของพี่น้องเกษตรกรได้ เช่น ใช้ระบบในการแนะนำพืชที่ควรปลูกจากข้อมูลสภาพอากาศ หรือใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์สภาพดิน เป็นต้น

4. Smart Farming และ Precision Agriculture

การทำ Smart Farming คือการปรับพื้นที่แปลงเกษตรให้เป็นในรูปแบบอัจฉริยะ เช่น การใช้แอปพลิเคชันตรวจเช็กโรคพืช ระบบเซ็นเซอร์ให้น้ำตามเวลา เซ็นเซอร์ตรวจความชื้น ระบบแสงอัจฉริยะ และการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือน นอกจากนี้ยังมี Precision Agriculture ที่เน้นการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพดินแต่ละโซนอีกด้วย

เกษตร 4.0 ดีอย่างไร? ประโยชน์ที่เกษตรกรไทยต้องรู้

มาถึงหัวข้อนี้แล้วต้องบอกพี่น้องเกษตรกรว่าเทคโนโลยีไม่ได้น่ากลัว และไม่ได้จะมาแย่งงานของทรัพยากรคน แต่จะมาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการบริหารจัดการไร่สวนของพี่น้องชาวเกษตรกรมากขึ้น โดยเกษตร 4.0 มีข้อดีดังนี้

  • เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เช่น ต้นทุนปุ๋ยและน้ำ จากเดิมที่อาจให้มากเกินหรือน้อยไป
  • ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพราะมีระบบช่วยตรวจสอบปริมาณความชื้น สารอาหาร ทำให้พี่น้อง
  • เกษตรกรสามารถวางแผนการเพิ่ม-ลดอาหารพืชได้
  • ทำเกษตรได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนที่อาจบานปลาย
  • ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการทำระบบเซ็นเซอร์
  • เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก ด้วยรูปแบบการซื้อขายที่เริ่มมีในตลาดออนไลน์มากขึ้น ทำให้สามารถค้าขายได้อย่างอิสระ

ตัวอย่างการนำเกษตร 4.0 มาใช้จริงในไทย

ในประเทศไทยเองก็มีฟาร์มและหน่วยงานหลายแห่งที่เริ่มนำแนวคิด เกษตร 4.0 มาปรับใช้จริง เพื่อยกระดับภาคการเกษตรทั้งในด้านเทคโนโลยี การผลิต และการตลาด ตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น

1. โรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse)

เกษตรกรหลายราย รวมถึงเกษตรกรในโครงการหลวงและโครงการส่งเสริมอาชีพ ได้เริ่มใช้โรงเรือนควบคุมสภาพอากาศที่เชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด และคุณภาพอากาศ ระบบสามารถสั่งการรดน้ำ เปิด-ปิดพัดลม หรือปรับม่านบังแสงได้อัตโนมัติ เช่น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย จ.เชียงใหม่ ที่ใช้ระบบควบคุมโรงเรือนผลิตผักสลัดและสตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูง

2. โครงการฟาร์มอัจฉริยะของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)

โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สวก. และสถาบันการศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ม.เกษตรศาสตร์ ในการพัฒนาระบบติดตามข้อมูลไร่-นา (Farm Monitoring) โดยใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสุขภาพพืช วิเคราะห์ค่าดัชนี NDVI เพื่อวัดความสมบูรณ์ของพืช นอกจากนี้ยังมีการใช้โดรนหว่านปุ๋ย พ่นปุ๋ย และพ่นสารกำจัดศัตรูพืชได้แม่นยำ ลดต้นทุนแรงงานและสารเคมี

3. การใช้ระบบ Internet of Things (IoT) ในการเลี้ยงสัตว์

ฟาร์มหมูและไก่ในภาคกลางที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ กลิ่น แอมโมเนีย ความชื้น และเสียง เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมในโรงเรือนโดยอัตโนมัติ ป้องกันการระบาดของโรคและช่วยให้สัตว์เจริญเติบโตเร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น ฟาร์มปศุสัตว์ใน จ.ราชบุรี และนครปฐม

4. การใช้แอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์

  • Digital Farmer Platform ของ กสทช. ช่วยให้เกษตรกรรวบรวมข้อมูลผลผลิต รายงานปัญหาโรคพืช และเข้าถึงข้อมูลตลาด
  • แอปพลิเคชัน DOAE Farmbook ของกรมส่งเสริมการเกษตร ให้บริการข้อมูลการเพาะปลูก การวิเคราะห์โรคพืช และการเชื่อมโยงตลาด
  • Traceability System ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้ส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดต่างประเทศ

แนวทางเหล่านี้มี จุดประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเกษตรกรไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น ลดต้นทุนแรงงานและสารเคมี ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพิ่มผลผลิต และสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ปลอดภัยและได้คุณภาพ

เกษตรกรไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร หากจะเข้าสู่ยุคเกษตร 4.0

พี่น้องเกษตรกรที่สนใจในการทำเกษตร 4.0 และอยากรู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อตามให้ทันแนวคิดเกษตรสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีมาเป็นตัวแปรสำคัญ สามารถเรียนรู้และเตรียมตัวได้ทางแนวทางดังต่อไปนี้ และขอบอกว่าไม่ยากเกินความตั้งใจแน่นอน

  • เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เปิดรับและลองลงมือทำจริง
  • เข้าร่วมอบรมหรือเวิร์กชอปที่ทางหน่วยงานต่าง ๆ จัดขึ้น
  • เข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือสนับสนุนจากรัฐ เช่น การสนับสนุนการเกษตร 4.0 
  • ร่วมมือกับภาคเอกชน หรือเกษตรสตาร์ทอัพ 
    เริ่มจากค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%

รวมคำถามที่พบบ่อย เกษตร 4.0 ต้องรู้อะไรบ้าง? 

สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่สนใจและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเกษตร 4.0 เราได้รวมคำตอบของคำถามที่พบบ่อยมาให้แล้ว ที่นี่!

Q: เกษตร 4.0 ต่างจากเกษตรยุคก่อนอย่างไร?

A: เกษตร 4.0 จะเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเกษตรมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์คือการเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิต โดยที่คงหรือลดต้นทุน เน้นการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่ามากกว่าการเน้นไปที่ปริมาณผลผลิตเพียงอย่างเดียว (2.0, 3.0)

Q: เกษตรกรรายเล็กสามารถทำเกษตร 4.0 ได้ไหม?

A: สำหรับเกษตรกรรายเล็ก การเข้าถึงเกษตร 4.0 อาจมีข้อจำกัดในเรื่องต้นทุนเริ่มต้น เช่น ต้นทุนการติดตั้งเซ็นเซอร์ในระบบ IoT แต่ก็สามารถเริ่มต้นด้วยการปรับแนวทางเป็นเกษตรอินทรีย์ และใช้ระบบน้ำหยดที่กึ่งอัตโนมัติ เป็นต้น

Q: เกษตร 4.0 ช่วยให้ได้ผลผลิตมากขึ้นจริงไหม?

A: การทำเกษตร 4.0 สามารถช่วยเพิ่มผลผลิตได้ เพราะมีการใช้เทคโนโลยีตรวจเช็กสภาพดิน ความชื้นและอุณหภูมิ รวมถึงการใช้โดรนตรวจสอบโรคพืช ทำให้สามารถวางแผนในการดูแลพืช และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

Q: จะเริ่มต้นทำเกษตร 4.0 ต้องทำยังไง?

A: สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่อยากเริ่มต้นทำเกษตร 4.0 อาจต้องเริ่มจากค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบการทำเกษตรกรรม เช่น ใช้เครื่องจักรและสารชีวภัณฑ์แทนเคมีมากขึ้น ศึกษาเทคโนโลยีที่จำเป็นและเข้าถึงได้ง่ายก่อน เป็นต้น

อ่านบทความน่าสนใจ: เทคนิคใช้ผานสับกลบ เปลี่ยนเศษพืชให้เป็นปุ๋ย บำรุงดินแบบธรรมชาติ

เกษตร 4.0 คืออนาคตที่เกษตรกรไทยไม่ควรพลาด

เกษตร 4.0 คือแนวทางการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเกษตรมากขึ้น โดยเน้นผลลัพธ์เป็นปริมาณและคุณภาพของผลผลิต แต่ลดต้นทุนลง ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พี่น้องชาวเกษตรกรควรเปิดใจเรียนรู้ และปรับตัว เพื่อเข้าสู่การเกษตรยั่งยืนอย่างแท้จริง

CMT เป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์การเกษตรที่พร้อมเคียงข้างเกษตรกรไทยในทุกยุค โดยเรามีเครื่องจักรกลการเกษตรที่ออกแบบมาช่วยอำนวยความสะดวกในงานเกษตรหลากหลาย ผลิตด้วยวัสดุคุณภาพที่มีความแข็งแรงทนทาน ใช้งานได้ในระยะยาว เพื่อให้การลงทุนของพี่น้องชาวเกษตรกรคุ้มค่า พร้อมเข้าสู่เกษตรสมัยใหม่แบบเต็มตัว

สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง


บทความที่เกี่ยวข้อง
มันสำปะหลังเน่า ปัญหาใหญ่เกษตรกรหน้าฝน
มันสำปะหลังเน่าฤดูฝน เป็นโรคที่ต้องแก้ไขโดยเร็ว เนื่องจากโรคลุกลามไว กระทบผลผลิตทั้งไร่ บอกสาเหตุ วิธีแก้ และวิธีป้องกันโรค เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหนัก
ผานบุกเบิก 3, 4 และ 5 จาน เลือกผานแบบไหนดี
เหล็กโบรอนคืออะไร ต่างยังไงกับเหล็กธรรมดาหรือเหล็กคาร์บอน ทำไมถึงทนกว่าเหล็กทั่วไปกว่า 50%!? แล้วการเลือกซื้อจานผานเหล็กโบรอนควรดูอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ
แชร์เทคนิคลับคมจานไถ ทำได้เองที่บ้าน
สอนเทคนิคการลับคมจานไถที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ที่บ้าน ได้จานผานไถดินใบคม งานไถคุณภาพดีขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินจ้างช่างลับคมบ่อย ๆ อีกต่อไป
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy