แจกสูตรแก้ปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินจืด เห็นผลชะงักตามแบบฉบับกรมที่ดิน

แจกสูตรแก้ปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินจืด เห็นผลชะงักตามแบบฉบับกรมที่ดิน
พี่น้องเกษตรกรหลายคนอาจต้องเคยเจอปัญหาดินเสื่อม ดินเปรี้ยว โดยที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ซึ่งดินเสื่อมก็มีหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นดินจืดดินเค็ม หรือดินเปรี้ยวที่มีวิธีแก้ปัญหาแตกต่างกันไป
บทความนี้ CMT จึงจะมาแนะนำสูตรปรับปรุงดินตามแนวทางจากกรมที่ดิน แบบเข้าใจง่าย เห็นผลจริง เหมาะกับสภาพดินในไทย เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเลือกแก้ไขตามปัญหาดินที่เจอได้อย่างถูกต้อง ไม่หวั่นดินพังกว่าเดิมอีกต่อไป

รู้จักปัญหาดินก่อนแก้ สำคัญกว่าที่คิด
ทำไมพี่น้องเกษตรกรถึงต้องรู้ก่อนว่าปัญหาดินที่เจอเกิดจากอะไร เป็นดินเสื่อมประเภทไหน? เพราะปัญหาดินแต่ละแบบก็มีวิธีปรับปรุงคุณภาพดินที่แตกต่างกัน หากแก้ไขไม่ถูก ก็อาจทำให้คุณภาพดินแย่ลงได้นั่นเอง
ทำไมต้องแยกให้ชัดว่าเป็นดินเค็ม ดินเปรี้ยว หรือดินจืด
ไม่ว่าจะเป็นดินจืด ดินเค็ม หรือดินเปรี้ยว สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา แต่ละแบบนั้นแตกต่างกัน ซึ่งแน่นอนว่าวิธีแก้ก็ย่อมต่างกันไปด้วย อย่างเช่น หากดินเปรี้ยว วิธีแก้ต้องใช้ปูนชนิดนี้ ใช้ปุ๋ยชนิดนี้ แต่ถ้าพี่น้องเกษตรกรใส่ปุ๋ยที่เป็นสูตรของวิธีแก้ดินเค็ม ก็อาจจะทำให้ดินเสียถาวร ไปเลยก็ได้ เป็นต้น
วิธีสังเกตปัญหาดินเบื้องต้นด้วยตัวเอง
ในการสังเกตเบื้องต้นว่าปัญหาดินที่พบเป็นดินจืด ดินเค็ม หรือดินเปรี้ยว คือ การสังเกตการเจริญเติบโตของพืช รวมถึงลักษณะหน้าดิน คราบขาว หรือน้ำขัง โดยปัญหาดินเสื่อมแต่ละแบบมักพบปัญหาดังนี้
| ปัญหาดิน |
พืช |
ดิน |
น้ำ |
| ดินเปรี้ยว |
แคระแกร็น ใบเหลือง มีจุดน้ำตาล |
มีคราบสีส้มหรือสีสนิม |
น้ำขัง เห็นคราบน้ำมันบนผิวน้ำ |
| ดินเค็ม |
เหี่ยว ใบไหม้ แม้ดินชื้น |
มีคราบเกลือสีขาว ดินแข็งในหน้าแล้ง |
น้ำขังมีสีขุ่น |
| ดินจืด |
ใบเหลือง โตช้า ให้ผลผลิตน้อย |
ดินแข็ง แตกระแหงง่าย หน้าดินไม่ร่วน |
น้ำซึมลงดินช้า |
หากเจอปัญหาเหล่านี้พี่น้องเกษตรกรสามารถรู้เบื้องต้นได้ว่า ปัญหาดินที่เจอนั้นเป็นปัญหาประเภทไหน แต่เพื่อความแน่ใจ แนะนำให้เก็บตัวอย่างดิน แล้วส่งไปตรวจวิเคราะห์กับทางกรมที่ดินได้

สูตรแก้ดินเค็ม ตามแนวทางกรมที่ดิน
เบื้องต้นหากพี่น้องเกษตรกรรู้แล้วว่าปัญหาดินที่เจอมาจากดินเค็ม สามารถทำตามวิธีแก้ไขได้ดังนี้
ดินเค็มคืออะไร?
ปัญหาดินเค็มส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่มีเกลือสะสมในดินสูง ซึ่งมักจะพบมากในภาคอีสาน หรือพื้นที่ชลประทานเดิม เนื่องจากภาคอีสานมักจะมีหินเกลืออยู่ในดิน เมื่อน้ำใต้ดินหนุนสูงขึ้น ก็จะทำให้เกลือละลายน้ำขึ้นมาสะสมบนหน้าดินได้
นอกจากนี้ยังอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ใช้น้ำที่มีความเค็มในการทำการเกษตร หรือมีพื้นที่เกษตรนาเกลืออยู่ใกล้เคียง รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่าก็มีส่วนด้วยเช่นกัน
สูตรแก้ดินเค็ม
วิธีแก้ดินเค็ม พี่น้องเกษตรกรสามารถทำได้ดังนี้
- เพิ่มอินทรียวัตถุให้ดิน เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก
- ใส่ยิปซัม เพื่อไปหักล้างกับโซเดียมในดิน
- ใช้น้ำจืดชะล้างเกลือ โดยใช้หลักการระเหย
- ปรับดิน ให้ระบายน้ำได้ดีมากขึ้น
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: ปุ๋ยอินทรีย์ VS ปุ๋ยเคมี ต่างกันยังไง? ใช้อย่างไรให้เหมาะ?
พืชที่เหมาะปลูกช่วงฟื้นฟูดินเค็ม
ถึงแม้ว่าพี่น้องเกษตรกรจะต้องช่วงปรับปรุงดินให้กลับมามีคุณภาพ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องสูญเสียรายได้เสมอไป พี่น้องเกษตรกรสามารถปลูกพืชที่เติบโตได้ดีในสภาวะดินเค็มได้ เช่น
- ข้าวบางสายพันธุ์ ได้แก่ กข51, กข73 และขาวดอกมะลิ 105
- หญ้าแฝก
- พืชทนเค็ม เช่น ทานตะวัน มะพร้าว และข้าวฟ่าง

สูตรแก้ดินเปรี้ยว (ดินกรด) แบบถูกหลักวิชาการ
หากพี่น้องเกษตรกรกำลังเจอปัญหาดินเปรี้ยว ลองมาดูที่สาเหตุกันก่อนว่า ดินเปรี้ยวเกิดจากอะไรได้บ้าง และจะมีวิธีแก้ด้วยตัวเองอย่างไร
ดินเปรี้ยวเกิดจากอะไร?
ดินเปรี้ยว คือการที่ดินมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำ ซึ่งเกิดจากการที่ฝนตก น้ำขัง ทำให้มีการชะล้างแร่ธาตุบางส่วนที่จำเป็นต่อพืชออกไป นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยเคมีสะสมเป็นเวลานาน ยังมีผลที่ทำให้ดินเปรี้ยวด้วยเช่นกัน เพราะปุ๋ยเคมีจะปล่อยสารความเป็นกรดออกมาสะสมในดิน
เมื่อดินมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำ จะไปละลายธาตุที่เป็นกรดออกมาจนเป็นพิษต่อพืช และมีการตรึงฟอสฟอรัส ทำให้พืชไม่สามารถนำไปใช้ ในการเจริญเติบโตได้
สูตรปรับปรุงดินเปรี้ยว
ดินเปรี้ยว วิธีแก้เบื้องต้นที่พี่น้องเกษตรกรสามารถทำได้คือการใช้ ปูนโดโลไมต์ หรือปูนขาว โดยใช้ในสัดส่วนที่เหมาะสมตามผลวิเคราะห์ คอยเติมอินทรียวัตถุให้ดินอย่างสม่ำเสมอ ลด-ละ-เลี่ยงการใช้เคมีภัณฑ์ รวมถึงคอย ควบคุมระดับน้ำ ไม่ให้ดินแห้งหรือเปียกเกินไป
ข้อควรระวังในการใส่ปูน
ข้อนี้พี่น้องเกษตรกรต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ คือ ห้ามใส่ปูนแบบกะเอา หรือเน้นใส่เยอะเกิน โดยคิดว่าจะแก้ปัญหาได้เร็วขึ้น ควรใส่ตามสัดส่วนที่ทางกรมที่ดินแนะนำมาเท่านั้น เพราะถ้าใส่ปูนขาวเยอะเกินไป อาจทำให้ดินแน่น ธาตุอาหารตกตะกอน ซึ่งส่งผลให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่ดี เช่นกัน
สูตรฟื้นฟูดินจืด ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์
สำหรับปัญหาดินจืดอาจจะสังเกตได้ยากสักหน่อย แต่ถ้าพี่น้องเกษตรกรเริ่มเห็นว่า ผลผลิตที่ได้ลดลงทุกปี ดินดูแห้ง แข็ง อาจจะต้องนำดินไปตรวจวิเคราะห์ และหากพบว่าดินจืด ก็ต้องทำการฟื้นฟูดินต่อไป
ดินจืดคืออะไร?
ดินจืด คือการที่ดินขาดธาตุอาหารและอินทรียวัตถุ ซึ่งมาจากการเผาตอซัง การใช้ปุ๋ยเคมี และการ ปลูกพืชซ้ำซาก ในพื้นที่เดียวติดต่อกันหลายสิบปี โดยสาเหตุเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ดินขาดธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชและดิน ส่งผลให้พืชโตช้า ใบเหลือง ให้ผลผลิตน้อยลงนั่นเอง
สูตรแก้ดินจืดแบบยั่งยืน
วิธีแก้ดินจืดแบบยั่งยืน และได้ผลดีที่สุด คือการแก้ที่โครงสร้างดิน โดยพี่น้องเกษตรกรควรเพิ่มอินทรียวัตถุที่ดีกับดิน งดการใช้เคมีภัณฑ์ โดยเน้นการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือน้ำหมักชีวภาพที่ไม่ผ่านกระบวนการทางเคมี รวมถึงปลูกพืชตระกูลถั่วเพื่อแก้ปัญหาดินจืด
นอกจากนี้ พี่น้องเกษตรกรที่ทำไร่อ้อย ควรงดการเผาตอซัง แต่ให้ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรอย่าง ผานสับกลบ แทนการเผา ซึ่งนอกจากจะช่วยกำจัดตอซัง ไม่ทำลายหน้าดินแล้ว ยังทำให้เศษตอซังที่ดูจะไร้ประโยชน์กลายเป็น ปุ๋ย และอินทรียวัตถุ ที่ดีต่อดินได้ด้วย
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: ผานสับกลบ x ผานพรวน ทางเลือกใหม่ ฟื้นฟูดิน ไม่ต้องเผาตอซัง
เทคนิคฟื้นดินจืดระยะยาว
นอกจากวิธีแก้ดินจืดแล้ว หากพี่น้องเกษตรกรต้องการฟื้นฟูดินจืดในระยะยาว แนะนำให้ปลูกพืชหมุนเวียน และปลูกพืชคลุมดิน เพื่อลดการสูญเสียธาตุอาหาร และคอยปรับปรุงโครงสร้างดินให้มีคุณภาพอยู่เสมอนั่นเอง
สรุปเปรียบเทียบ วิธีแก้ดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินจืด
เพื่อสรุปให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น CMT ได้สรุปวิธีแก้ปัญหาดินเสื่อมตามสาเหตุมาเป็นตาราง พร้อมกับย่อยเป็นคีย์เวิร์ดสั้น ๆ เอาไว้ท่องกันลืมได้เลย!
| ปัญหาดิน | วิธีแก้ |
| ดินเค็ม | ระบายน้ำ ใส่ยิปซัม เติมปุ๋ยคอก |
| ดินเปรี้ยว | ปูนขาว ควบคุมน้ำ งดปุ๋ยเคมี |
| ดินจืด | งดเผา เติมปุ๋ยคอก ปลูกหมุนเวียน |
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: แจกสูตรผสมปุ๋ยใช้เอง ประหยัดต้นทุน แถมได้ผลดี

คำแนะนำจากกรมที่ดินที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม
ถึงแม้ว่าพี่น้องเกษตรกรจะสามารถสังเกตปัญหาดินเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ควรนำตัวอย่างดินไปให้ทางกรมที่ดินวิเคราะห์ทุกครั้ง เพราะกรมที่ดินจะสามารถบอกสัดส่วนของการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้การฟื้นฟูดินยังต้องใช้เวลา จึงหมั่นทำอย่างต่อเนื่อง คอยนำดินไปตรวจวิเคราะห์เป็นระยะ เพื่อปรับการฟื้นฟูให้ตรงกับปัญหาในแต่ละช่วงมากขึ้น
นอกจากนี้ในช่วงฟื้นฟูดิน พี่น้องเกษตรกรต้องใจเย็น ๆ เพราะในช่วงนี้จะต้องปลูกพืชแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลผลิตอาจจะมาช้า หรือได้ปริมาณน้อยลง แต่ก็แลกมากับการที่พี่น้องเกษตรกรจะได้ดินคุณภาพดี ๆ กลับคืนมา
และเมื่อพี่น้องเกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาดินได้แล้ว CMT แนะนำให้ทำ เกษตรอินทรีย์ ตามแนวคิดเกษตร 4.0 เพราะจะช่วยคุมคุณภาพดินได้ดี ประหยัดต้นทุนในระยะยาว และยังได้กำไรเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ สามารถคาดการณ์ปริมาณได้แน่นอนอีกด้วย
ดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินจืด แก้ต่างกัน รู้ก่อนย่อมได้เปรียบ
เมื่อเกิดปัญหาดินเสื่อม แน่นอนว่าพี่น้องเกษตรกรย่อมรู้สึกใจเสียและกระวนกระวายใจ แต่ไม่ได้แปลว่าดินเสื่อมแล้วจะต้องสูญเสียที่ดินไปถาวร หากพี่น้องเกษตรกรแก้ปัญหาได้ถูกต้อง เหมาะสมกับปัญหาที่เจอ ก็จะสามารถฟื้นฟูดินให้กลับมามีคุณภาพได้อย่างยั่งยืน
CMT Thailand พร้อมสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวไทยด้วยการนำเสนอเครื่องจักรกลการเกษตรคุณภาพ ช่วยจัดการปัญหาเรื่องโครงสร้างดินแน่น แข็ง ให้กลายเป็นดินที่พร้อมเพาะปลูก ลดการเผาที่เป็นสาเหตุของดินเสื่อม ให้พี่น้องเกษตรกรได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพในระยะยาว
สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง
- CMT Thailand เบอร์ +66 38 273 250 to 7
- Facebook Page: Cmt ชลบุรีเมืองทอง ไถดีที่สุด -เพจหลักเพจเดียว
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official @cmt1955
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาดินเสื่อม (FAQs)
พี่น้องเกษตรกรคนไหนที่ยังมีข้อสงสัย มาดูคำถามที่พบบ่อยเรื่องดินเสื่อมกันเลย
Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าดินของเราเป็นดินเค็ม ดินเปรี้ยว หรือดินจืด?
A: วิธีที่แม่นยำที่สุดคือ การนำดินไปตรวจวิเคราะห์ที่สำนักงานพัฒนาที่ดิน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ลองสังเกตด้วยตัวเองเบื้องต้นแล้ว
Q: ดินเค็มสามารถแก้ให้กลับมาปลูกพืชได้จริงหรือไม่?
A: แก้ได้ แต่ต้องใช้เวลา และทำอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำว่าให้พี่น้องเกษตรกรปรับระบบระบายน้ำ ใช้น้ำจืดชะล้างเกลือ และใส่ยิปซัมร่วมกับการเพิ่มอินทรียวัตถุ จะช่วยลดความเค็ม และฟื้นฟูดินได้ในระยะยาว
Q: ดินเปรี้ยวควรใส่ปูนขาวหรือปูนโดโลไมต์แบบไหนถึงจะถูกต้อง?
A: ควรใส่ตามผลวิเคราะห์ดิน ไม่ควรใส่แบบกะประมาณ เพื่อไม่ให้ดินแน่นเกินไป
Q: ดินจืดใส่ปุ๋ยเคมีอย่างเดียวพอไหม?
A: ไม่เพียงพอ เพราะดินจืดมีสาเหตุมาจากการขาดอินทรียวัตถุ ควรเติมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก รวมถึงปลูกพืชตระกูลถั่ว หรือพืชคลุมดิน เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างดินในระยะยาว
Q: การปรับปรุงดินต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
A: โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ฤดูเพาะปลูก จึงจะเริ่มเห็นผลดีขึ้น ขึ้นอยู่กับสภาพดินเดิม และวิธีที่ใช้ นอกจากนี้ยังควรปรับปรุงดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ผลยั่งยืน


