แชร์

CMT แนะนำพันธุ์อ้อยยอดนิยมในไทยมีอะไรบ้าง? และแต่ละภาค เลือกปลูกพันธุ์ไหนดี

อัพเดทล่าสุด: 25 ก.พ. 2026
103 ผู้เข้าชม

CMT แนะนำพันธุ์อ้อยยอดนิยมในไทยมีอะไรบ้าง? และแต่ละภาค เลือกปลูกพันธุ์ไหนดี

พี่น้องเกษตรกรที่ทำไร่อ้อยหลายคนมักจะเจอ ปัญหาปลูกอ้อยแล้วได้ความหวานไม่เต็มที่ อ้อยติดโรคระบาด หรือเหี่ยวตายง่าย หากเตรียมดินดีแล้วก็ยังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ อาจเป็นเพราะว่าพี่น้องเกษตรเลือกพันธุ์อ้อยไม่เหมาะกับพื้นที่ปลูก

ในบทความนี้ CMT แนะนำพันธุ์อ้อยยอดนิยมในไทย พร้อมแนะนำวิธีเลือกพันธุ์อ้อยที่เหมาะกับแต่ละภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้ทำเกษตรไร่อ้อยอย่างคุ้มค่ามากที่สุด 

อย่ารอช้า! ไปเช็กกันเลยดีกว่าว่าพี่น้องเกษตรกรอยู่ภาคไหน แล้วมาดูพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมที่สุดกัน

วิธีเลือกพันธุ์อ้อยให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่

ในการเลือกพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมนั้น พี่น้องเกษตรกรต้องพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชนิดดิน น้ำ หรือความเสี่ยงการเกิดโรคพืชในพื้นที่ รวมถึงพิจารณาจุดประสงค์ในการปลูกอ้อยของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นปลูกเพื่อส่งโรงงาน ปลูกขายอ้อยสด/น้ำอ้อยหวาน หรือเน้นการตัดแล้วส่งได้เร็ว เพื่อที่จะได้เลือกพันธุ์อ้อยให้ตรงกับเป้าหมายการปลูกมากที่สุดนั่นเอง

5 ปัจจัยหลักที่ควรดูก่อนเลือกซื้อพันธุ์อ้อย

มาดู 5 ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อพันธุ์อ้อยกัน

1. ชนิดของดิน 

ดินในประเทศไทยจะมีอยู่ 3 ประเภท ได้แก่ ดินทราย ดินร่วน และดินเหนียว ซึ่งดินแต่ละชนิดก็เหมาะกับพันธุ์อ้อยที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่อ้อยจะเหมาะกับการปลูกในพื้นที่ ดินร่วนเหนียว หรือดินร่วนปนทราย เนื่องจากจะระบายน้ำและอากาศได้ดี 

ซึ่งพันธุ์อ้อยที่เหมาะจะปลูกในดินร่วนเหนียวคืออ้อยชลประทาน หรืออ้อยน้ำราด ในขณะที่ในพื้นที่ดินร่วนปนทราย ควรปลูกพันธุ์อ้อยทนแล้ง หรืออ้อยปลายฝน เป็นต้น

2. น้ำ

น้ำเป็นปัจจัยหลักในการเจริญเติบโตของอ้อย ในการเลือกพันธุ์อ้อย พี่น้องเกษตรกรจึงต้องดูว่าในพื้นที่ของตัวเองต้องใช้น้ำแบบไหน หากใช้น้ำชลประทานก็จะมีตัวเลือกพันธุ์อ้อยหลากหลาย เพราะมีน้ำให้ใช้ตลอดปี ในขณะที่การใช้น้ำฝนเป็นหลักอาจต้องพิจารณาพันธุ์อ้อยทนแล้งนั่นเอง

3. เป้าหมายการปลูก

ถัดมาสิ่งที่ต้องพิจารณาคือ เป้าหมายของการปลูกอ้อย เพราะอ้อยแต่ละพันธุ์ก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น พันธุ์อ้อยหวานที่ให้ความหวานเป็นพิเศษ พันธุ์อ้อยให้ผลผลิตสูง เหมาะกับปลูกส่งโรงงาน หรือเลือกพันธุ์อ้อยที่โตเร็ว สามารถทำเวลาในการตัดส่งได้ เป็นต้น

4. ความเสี่ยงโรคและแมลงในพื้นที่

โรคพืชและพาหะนำเชื้ออย่าง แมลง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต และจำนวนผลผลิตของอ้อย โดยพี่น้องเกษตรกรควรสำรวจว่าในพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดโรคพืชหรือไม่ เพื่อที่จะได้เลือกอ้อยพันธุ์ที่ทนต่อโรค ลดความเสี่ยงอ้อยตาย และวิเคราะห์ปริมาณผลผลิตได้แม่นยำมากขึ้น

5. สภาพอากาศและการล้ม

สภาพอากาศ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการพิจารณาเลือกพันธุ์อ้อย เพราะหากลำต้นไม่แข็งแรง เมื่อเจอฝนตกหนัก ๆ หรือลมแรง ๆ ก็อาจทำให้ต้นล้มได้ง่าย ส่งผลให้พี่น้องเกษตรสูญเสียต้นทุนไปโดยเปล่าประโยชน์

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: เทคนิคเตรียมดินปลูกอ้อยฉบับเกษตรกรตัวจริง ให้ผลผลิต 30 ตันต่อไร่

เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อพันธุ์อ้อย

หากพี่น้องเกษตรกรจะตัดสินใจซื้อพันธุ์อ้อย แนะนำให้จดเช็กลิสต์สั้น ๆ เอาไว้ เพื่อให้เปรียบเทียบอ้อยพันธุ์ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนี้

  • เป้าหมายของการปลูก เช่น ต้องการจำนวนผลผลิต ความหวาน
  • จำเป็นต้องเป็นพันธุ์อ้อยทนแล้ง หรือทนต่อน้ำขังหรือไม่
  • รอบตัดและระยะเก็บเกี่ยวเท่าไหร่
  • ดินในพื้นที่การปลูกเป็นอย่างไร
  • ใช้น้ำจากไหน

การที่พี่น้องเกษตรกรจดเช็กลิสต์เอาไว้คร่าว ๆ จะช่วยให้เลือกพันธุ์อ้อยได้เหมาะสม และคุ้มค่ากับการลงทุนมากขึ้น

CMT แนะนำพันธุ์อ้อยยอดนิยมในไทย

เนื่องจากอ้อยถือเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย นอกจากเช็กลิสต์ด้านบนที่อยากให้พี่น้องเกษตรกรพิจารณาแล้ว พันธุ์อ้อยยอดนิยมก็มีส่วนช่วยในการเพิ่มกำไร และเพิ่มโอกาสการขายได้ด้วยเช่นกัน

1. กลุ่ม K, LK และ KK

พันธุ์อ้อยกลุ่ม K, LK และ KK จะเป็นกลุ่มพันธุ์อ้อยทนแล้ง และมีระดับความหวานมาก โดยแต่ละพันธุ์มีจุดเด่นดังต่อไปนี้

  • K88-92 พันธุ์อ้อยโรงงานแนะนำ ให้ความหวานสม่ำเสมอ ตัดเก็บเอาไว้ได้ ไม่เสียน้ำหนัก
  • LK92-11 เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วนทราย ทนแล้ง ให้ความหวานสูง
  • LK92-22 เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ชลประทาน รับน้ำได้ดี ให้น้ำหนักสูง และผลผลิตต่อไรเยอะ
  • ขอนแก่น 3 (KK3) ปลูกได้เกือบทุกสภาพดิน ทนแล้ง ปรับตัวเก่ง ให้ผลผลิตต่อไร่สูง
  • K95-84 อีกหนึ่งพันธุ์อ้อยโรงงานแนะนำ ให้น้ำหนักดี
  • K97-27 ทนโรคพืช สามารถปลูกในพื้นที่ที่เคยมีโรคพืชระบาดได้
  • K99-72 พันธุ์ต้านทานโรค ทนแมลง

2. กลุ่มอู่ทอง ชัยนาท และสุพรรณบุรี

พันธุ์อ้อยกลุ่มอู่ทอง ชัยนาท และสุพรรณบุรี จะเป็นพันธุ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องทนโรค ปลูกได้ดีในพื้นที่ลุ่ม หรือพื้นที่ดินเหนียว

  • ชัยนาท 1 เก็บเกี่ยวได้ไว โตเร็ว เหมาะกับการเร่งปลูก เร่งตัดส่ง
  • อู่ทอง 1, อู่ทอง 2, อู่ทอง 3, อู่ทอง 4, อู่ทอง 5, อู่ทอง 6, อู่ทอง 7, อู่ทอง 8, อู่ทอง 9 เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ดินเหนียว ทนโรคใบขาว พันธุ์อ้อยแข็งแรง
  • กวก. อู่ทอง 14 พันธุ์อ้อยทนโรค แข็งแรง ปลูกในพื้นที่ดินเหนียวได้ดี
  • สุพรรณบุรี 80 มีเส้นใยสูง ให้น้ำหนักดี ทนทานต่อสภาพอากาศ

3. กลุ่มพันธุ์ที่มักถูกพูดถึงเพิ่มเติม

ครบุรี 11-1 เป็นพันธุ์อ้อยใหม่ที่มีจุดเด่นเรื่องความหวาน แตกกอได้เร็ว แน่น และยังทนทานต่อแมลงศัตรูพืช

เพื่อให้ดูพันธุ์อ้อยที่ใช่ได้ง่าย ๆ CMT ได้สรุปมาเป็นตารางให้เรียบร้อยแล้ว ตามด้านล่างนี้เลย

พันธุ์ จุดเด่น พื้นที่ที่เหมาะกับการเพาะปลูก ข้อควรระวัง
กลุ่ม K, LK, KK ให้ความหวานสูง ทนแล้ง พื้นที่ชลประทาน
อ่อนแอต่อโรคใบขาว และหนอนกอ ควรจัดการดินและคัดท่อนพันธุ์ก่อนลงปลูก
กลุ่มอู่ทอง, ชัยนาท, สุพรรณบุรี ทนโรค ปลูกได้ในที่ลุ่ม/ดินเหนียว พื้นที่ดินเหนียว มีน้ำขังบ่อย หากน้ำไม่พอ อาจเสี่ยงอ้อยตาย เพราะไม่ค่อยทนแล้ง
ครบุรี ให้ผลผลิตและความหวานสูง ทนโรค พื้นที่ดินร่วนปนทราย, พื้นที่ดอน ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ น้ำและปุ๋ยต้องถึง และอาจจะล้มง่ายเมื่อเจอลมพายุ

 

แนะนำพันธุ์อ้อยตามภาค เลือกปลูกพันธุ์ไหนดี?

นอกจากพื้นที่และสภาพดินแล้ว ทีนี้เรามาดูกันว่าแต่ละภูมิภาคในไทย เหมาะกับการปลูกอ้อยพันธุ์ไหนบ้าง

ภาคเหนือ

ภาคเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่หลากหลาย การเลือกพันธุ์อ้อยจึงเน้นการเลือกพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพดิน และปริมาณน้ำที่ใช้ลงปลูก โดยพันธุ์อ้อยที่เหมาะแก่การใช้ปลูกในพื้นที่ภาคเหนือ มีดังนี้

  • LK92-11
  • ขอนแก่น 3 (KK3)
  • K88-92
  • K99-72
  • K97-27
  • อู่ทอง 3
  • อู่ทอง 7

โดยหากพื้นที่ที่พี่น้องเกษตรกรต้องการปลูกอ้อยมีน้ำฝนเยอะ เป็นพื้นที่ดอน ควรเลือกพันธุ์ K88-92, LK92-11 และ KK3 

ภาคอีสาน

ภาคอีสาน เป็นภูมิภาคที่อากาศค่อนข้างแล้ง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินทราย และเน้นการอาศัยน้ำจากฝน ดังนั้นพันธุ์อ้อยที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคอีสานจึงมีดังนี้

  • K88-92
  • K95-84
  • K97-27
  • LK92-11
  • ขอนแก่น 3 (KK3)

ภาคกลาง

ภาคกลาง เป็นภูมิภาคที่มีทั้งน้ำชลประทาน และการอาศัยปริมาณน้ำฝน ดังนั้นจึงควรเลือกพันธุ์อ้อยที่โตเร็ว วางแผนการตัดส่งโรงงานได้ โดยแนะนำเป็นพันธุ์อ้อยดังนี้

  • LK92-22
  • ขอนแก่น 3 (KK3)
  • K88-92
  • K99-72
  • อู่ทอง 7

หากพื้นที่ของพี่น้องเกษตรกรมีระบบชลประทาน สามารถให้น้ำอ้อยได้สม่ำเสมอ แนะนำให้เลือกพันธุ์อ้อย LK92-22, KK3 และ K99-72

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันออกส่วนใหญ่มักจะมีสภาพอากาศลมแรง ฝนตกชุก การเลือกพันธุ์อ้อยจึงควรพิจารณาจากสภาพอากาศในพื้นที่เป็นหลัก โดยพันธุ์อ้อยที่แนะนำ มีดังนี้

  • LK92-11
  • ขอนแก่น 3 (KK3)
  • K88-92
  • K95-84
  • อู่ทอง 1
  • อู่ทอง 2
  • อู่ทอง 3
  • อู่ทอง 7

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกอาจจะไม่เหมาะกับอ้อยพันธุ์ครบุรี 11-1 เท่าไหร่นัก เนื่องจากอ้อยพันธุ์นี้ค่อนข้างลำใหญ่ มีน้ำหนักมาก หากเจอลมแรง ๆ อาจทำให้ต้นอ้อยล้มได้นั่นเอง

ตารางสรุปเลือกพันธุ์อ้อยตามสภาพแปลง

เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเลือกพันธุ์อ้อยได้อย่างถูกต้อง ตรงจุด เหมาะกับสภาพดินมากยิ่งขึ้น CMT ขอสรุปพันธุ์อ้อยที่เหมาะกับแต่ละสภาพพื้นที่ในรูปแบบตาราง ให้พี่น้องเกษตรกรดูแล้วนำไปใช้ได้ทันทีกันเลย!

สภาพพื้นที่แปลงดิน เป้าหมายการปลูก พันธุ์อ้อยที่แนะนำ ข้อควรระวัง/หมายเหตุ
พื้นที่ดอน, ดินร่วนปนทราย เน้นอ้อยหวาน ทนแล้ง โตไวพร้อมตัดส่ง LK92-11, K88-92 ต้องระวังเรื่องโรคใบขาว ควรกำจัดเชื้อในดินให้หมด และเลือกท่อนพันธุ์ปลอดโรค
พื้นที่ลุ่ม ดินเหนียว เน้นอ้อยทนน้ำขัง ทนโรครากเน่า กลุ่มอู่ทอง, สุพรรณบุรี 80 ระวังอ้อยออกดอกไวหากเก็บเกี่ยวช้า ซึ่งจะทำให้น้ำหนักอ้อยลดลง
พื้นที่ชลประทาน ผลผลิตเยอะ น้ำหนักดี LK92-22, ครบุรี 11-1, KK3 ควรปลูกอ้อยในความลึกที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการล้มหากลมแรง เนื่องจากอ้อยลำใหญ่
พื้นที่มีโรค/แมลงระบาด เน้นอ้อยทนโรค K97-27, K99-72, อู่ทอง 14 ต้องคัดท่อนพันธุ์ละเอียด ปลอดโรค
พื้นที่ดินแข็ง ใช้พันธุ์ที่ปรับตัวได้ดีแม้ดินไม่ดี KK3 ใช้ผานสับหมกไถกลบฟางหรือเศษอ้อย เพื่อเพิ่มปุ๋ยในดิน


อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม: 5 เทคนิคจัดการฟางข้าวหลังเก็บเกี่ยว ทางเลือกใหม่เกษตรกรไทย ต่อยอดแทนการเผา

เลือกพันธุ์อ้อยให้ถูกภาค ผลผลิต-ความหวานไปต่อได้ยาว

การเลือกลงทุนพันธุ์อ้อยให้คุ้มค่าและได้ผลตอบแทนดี พี่น้องเกษตรกรควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่เราได้แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็นสภาพดิน ปริมาณน้ำ และเป้าหมายการปลูก จากนั้นดูว่าคนในพื้นที่ใกล้เคียงปลูกพันธุ์อะไรกันบ้าง แล้วจึงมาปรับใช้กับพื้นที่ของตัวเองโดยพิจารณาเรื่องโรคพืช สภาพอากาศ และดินในแปลงการเกษตร หากทำเป็นเช็กลิสต์อย่างเป็นลำดับขั้นตอน จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรเลือกพันธุ์อ้อยได้ถูกต้องมากขึ้น

และการปลูกอ้อยที่ดี ต้องทำร่วมกับดินที่ดี CMT Thailand ให้บริการจำหน่ายเครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจร ตั้งแต่ผานสับหมก ผานระเบิดดินดานสำหรับพื้นที่ดินแข็ง หรือรถกระเช้าเทอ้อยที่พร้อมรองรับปริมาณผลผลิตได้ถึง 8 ตันต่อรอบ พร้อมอำนวยความสะดวกเคียงคู่พี่น้องเกษตรกรไทย

สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพันธุ์อ้อยยอดนิยม (FAQs)

หากพี่น้องเกษตรกรคนไหนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกพันธุ์อ้อย ลองมาดูคำถามที่พบบ่อยกันได้เลย

Q: ปลูกอ้อยน้ำฝนล้วน ควรเลือกพันธุ์ไหนดี?

A: ให้โฟกัสพันธุ์อ้อยที่คนปลูกกันเยอะในพื้นที่ ทนต่อสภาพน้ำที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเบื้องต้นพันธุ์อ้อยที่แนะนำคือ K88-92, LK92-11 และขอนแก่น 3 (KK3) จากนั้นค่อยดูว่าพื้นที่ของพี่น้องเกษตรกรเป็นดินทราย ดินเหนียว และมีปัญหาอ้อยล้มไหม แล้วจึงคัดพันธุ์อ้อยให้แคบลง

Q: ภาคอีสานควรปลูกอ้อยพันธุ์ไหนถึงจะเหมาะ?

A: ภาคอีสานหลายพื้นที่เจอน้ำฝนล้วน และสภาพอากาศแห้งแล้งยาว เลยมักเห็นคนปลูกอ้อยพันธุ์ K88-92, LK92-11, KK3 เสริมด้วยตัวเลือก K95-84, K97-27 ตามแหล่งจำหน่ายท่อนพันธุ์ โดยข้อแนะนำสำคัญเพิ่มเติมคือ ให้เลือกพันธุ์ที่เพื่อนพี่น้องเกษตรกรรอบ ๆ ปลูกแล้วรอด และโรงงานรับซื้อคุ้นเคย เพื่อเพิ่มโอกาสการตัดขายส่งโรงงาน

Q: ทำไมปลูกพันธุ์เดียวกัน แต่บางคนได้ตันสูง บางคนได้ต่ำ?

A: เพราะผลลัพธ์ไม่ได้ขึ้นกับพันธุ์อ้อยอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่

  1. คุณภาพท่อนพันธุ์/อายุท่อนพันธุ์
  2. น้ำ ปลูกทันช่วงฝนตกไหม แตกกอมีน้ำหรือไม่
  3. ดินและปุ๋ย ใส่ให้เหมาะสมกับสภาพดิน มีการคำนวณอย่างเหมาะสม
  4. จังหวะตัด โดยถ้าตัดเร็วไปจะได้ความหวานไม่เต็มที่ ในขณะที่ตัดช้าไปเสี่ยงล้ม เจอโรค หรือน้ำหนักลด

ดังนั้นถึงแม้จะปลูกอ้อยพันธุ์เดียวกัน ผลผลิตก็อาจแตกต่างกันได้ ถ้าการจัดการต่างกัน

Q: ควรปลูกพันธุ์เดียวทั้งไร่ หรือแบ่งหลายพันธุ์ดีกว่า?

A: ส่วนใหญ่แนะนำให้ แบ่ง 2-3 พันธุ์ ในไร่เพื่อกระจายความเสี่ยงเรื่องโรค ภัยแล้ง หรืออ้อยล้ม และขอแนะนำว่าให้ปลูกตามแผนตัดส่งโรงงาน เช่น มีพันธุ์ที่เหมาะตัดช่วงต้นฤดู 1 ตัว + กลางฤดู 1 ตัว + ปลายฤดู 1 ตัว 

แต่ถ้าพี่น้องเกษตรกรมีแปลงปลูกเล็กมาก ปลูกพันธุ์เดียวที่เหมาะสุดก็ได้ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ

Q: เลือกพันธุ์อ้อยจากอะไรดีที่สุด ถ้าไม่รู้ข้อมูลเยอะ?

A: แนะนำให้พี่น้องเกษตรกรใช้สูตรง่าย ๆ 3 ข้อ คือ

  1. ดูน้ำก่อนว่าใช้น้ำจากไหนเป็นหลัก เช่น น้ำฝนล้วน น้ำชลประทาน และเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำขังหรือไม่
  2. ดูดิน เพื่อให้เลือกอ้อยที่เหมาะแก่การปลูกในสภาพดินต่าง ๆ 
  3. ดูว่าพื้นที่รอบ ๆ ปลูกพันธุ์อะไรแล้วรอด แหล่งท่อนพันธุ์หาง่าย เสียต้นทุนค่าจัดส่งน้อย
หากลิสต์แล้วได้ครบทั้งหมด 3 ข้อ พี่น้องเกษตรกรจะเลือกพันธุ์ได้แม่นยำเหมาะสมขึ้น แม้ว่าจะไม่รู้รายละเอียดเชิงวิชาการมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง
7-crops-for-rainy-season
แนะนำ 7 พืชเศรษฐกิจทำเงินหน้าฝนที่ปลูกง่าย โตเร็ว และขายได้จริง สำหรับใครที่กำลังคิดว่าหน้าฝนปลูกอะไรดีที่ทนฝน ได้ผลผลิตดี กำไรงาม บทความนี้มีคำตอบ!
สูตรปุ๋ยตัวเลข N-P-K บอกอะไรบ้าง? ถอดรหัสตัวเลขบนถุงปุ๋ยแบบง่าย ๆ
ทำความเข้าใจ ตัวเลข N-P-K บนถุงปุ๋ยคืออะไร แต่ละส่วนช่วยเรื่องอะไรบ้างแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้เลือกซื้อปุ๋ยถูก เน้นถูกด้าน เหมาะกับความต้องการของพืช
แชร์เทคนิคตรวจเช็ก 5 จุด ก่อนซื้อผานไถมือสอง
แชร์ 5 จุดสำคัญที่พี่น้องเกษตรกรต้องเช็กก่อนซื้อผานไถมือสอง เพื่อให้ได้ผานคุณภาพ ใช้ได้นาน คุ้มค่ากับการลงทุน ช่วยทุ่นแรงได้จริง ไม่เสียเงินเปล่า
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy