แชร์

กฎหมายห้ามเผาอ้อย 2569 มีโทษอะไรบ้าง? รู้ไว้ก่อนโดนปรับ

อัพเดทล่าสุด: 1 เม.ย. 2026
85 ผู้เข้าชม

รู้หรือไม่? เผาอ้อย เผาตอซังผิดกฎหมายห้ามเผา อาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พี่น้องเกษตรกรหลายคนอาจคุ้นเคยกับการเผาอ้อยหรือเผาตอซัง เพราะช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันกฎหมายห้ามเผาถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนทั้งประเทศ ซึ่งข้อกฎหมายในเรื่องนี้คือเรื่องสำคัญที่เกษตรกรทุกคนต้องทำความเข้าใจ

ในบทความนี้ CMT จะมาอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผาแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน พร้อมแนะแนวทางที่พี่น้องเกษตรกรสามารถปรับใช้ได้จริง เพื่อให้ทำเกษตรได้อย่างยั่งยืนและสบายใจมากขึ้น

กฎหมายห้ามเผา คืออะไร?

กฎหมายห้ามเผา คือข้อกำหนดทางกฎหมายที่ควบคุมการเผาในที่โล่ง พื้นที่การเกษตร และป่าไม้ โดยกฎหมายห้ามเผานั้นก็ไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว แต่เป็นการใช้หลายกฎหมายร่วมกัน เช่น พ.ร.บ.ป่าไม้ ประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งแนวคิดสำคัญของกฎหมายก็เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกิดซ้ำทุกปี โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการกำจัดวัชพืชด้วยการเผาในที่โล่ง

ข้อควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผา

เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายห้ามเผาในที่โล่งมากขึ้น ต่อไปนี้คือข้อกำหนดและบทลงโทษที่ต้องรู้

  • พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 กรณีเผาในที่สาธารณะก่อเหตุรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กรณีเผาข้างทาง ใกล้ถนน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 กรณีเผาพื้นที่เกษตรหรือเผาในที่โล่ง (จนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น) มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
  • กรณีเผาป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 4–20 ปี ปรับ 400,000–2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับข้อกฎหมายและบทลงโทษเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือเพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น โรคผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคปอด ที่เกิดจาก PM 2.5 

อ่านบทความที่น่าสนใจ: แชร์ 5 เทคนิค ใช้ผานสับกลบในไร่อ้อยยังไงให้ได้ผลดีที่สุด

เผาอ้อย ผิดกฎหมายไหม? 

มาถึงตรงนี้พี่น้องเกษตรกรอาจเริ่มสงสัยแล้วว่า การเผาอ้อยนั้นผิดกฎหมายไหม ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะถ้าการเผานั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่น ส่วนกรณีที่เผาอ้อยในที่ดินตัวเองผิดไหม? ต้องบอกว่าแม้เป็นพื้นที่ของตัวเอง แต่ถ้าก่อให้เกิดควัน ฝุ่น หรือไฟลุกลาม โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศห้ามเผาอย่างเข้มงวด อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้านสาธารณสุขหรือสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกัน 

ดังนั้นแม้จะเป็นที่ดินส่วนตัว ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งการเผาอ้อยหรือตอซังอาจเป็นวิธีกำจัดตอซังหรือวัชพืชได้รวดเร็ว แต่หากหลีกเลี่ยงการเผาได้นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่จะถูกปรับตามข้อกฎหมายอีกด้วย 

เผาไร่อ้อยอาจได้รับบทลงโทษอะไรบ้าง?

กรณีที่การเผาไร่อ้อยทำให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายเป็นวงกว้าง โทษที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีแค่ค่าปรับกรณีเผาพื้นที่เกษตรเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย 

ตัวอย่างบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น 

  • ปรับตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านบาท (ในกรณีเกิดความเสียหายรุนแรง)
  • จำคุกสูงสุดถึง 20 ปี (ในกรณีเกิดความเสียหายรุนแรง)
  • ถูกเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม หากกระทบต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สิน
  • ถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังในพื้นที่ และอาจถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนทางการเกษตรของภาครัฐ

เมื่อดูจากบทลงโทษแล้ว หากพี่น้องเกษตรกรเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเผา หรือใช้วิธีสับกลบตอซังแทน ก็เป็นอีกวิธีที่จะลดการสร้างมลพิษทางอากาศ และไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกปรับจากบทลงโทษทางกฎหมายได้ 

กำจัดตอซังได้หมดจดแบบไม่ต้องเผา CMT ขอแนะนำ ผานสับกลบ เครื่องมือสำหรับไถ สับและกลบ ดูรายละเอียดสินค้าที่นี่

ช่วงเวลาไหนที่มีประกาศห้ามเผาตอซัง?

ช่วงเวลาที่ห้ามเผาตอซังโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงที่ภาครัฐประกาศควบคุมการเผาในที่โล่งเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งมักตรงกับช่วงปลายปีถึงต้นปี โดยเฉพาะช่วง 1 ก.พ.–31 มี.ค. ช่วงนี้หลายจังหวัดจะมีคำสั่ง “ห้ามเผาเด็ดขาด” และมีการบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาในที่โล่งอย่างเข้มงวด 

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยหรือข้าวก็เป็นอีกช่วงที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่นอกช่วงประกาศห้ามเผา หากการเผาก่อให้เกิดควัน ฝุ่น หรือความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายห้ามเผาได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนทำการเผาทุกครั้ง ควรตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต. หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กำจัดตอซังแบบไหน ไม่ให้ผิดกฎหมายห้ามเผา? 

สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่รู้สึกว่าไม่อยากเสี่ยงกับการเผาไร่อ้อย ก็สามารถเลือกวิธีอื่นในการกำจัดตอซังได้ เช่นวิธีต่อไปนี้ 

  • สำหรับเศษพืชปกติให้ทำการตัด–สับ–คลุกดิน หรือนำไปหมักรวมกับมูลสัตว์ เพื่อให้เปลี่ยนเป็นปุ๋ยในการเพาะปลูก
  • หากพื้นที่น้อยทำกองหมักหมุนเวียนประมาณ 2–3 จุด โดยระยะเวลาหมักอยู่ที่กองละ 2–4 เดือน
  • ลงทุนกับผานสับกลบในการกำจัดเศษพืชขนาดใหญ่ ก่อนนำไปหมักจะช่วยลดแรงและระยะเวลาทำงาน 
  • หากจำเป็นต้องเผา ให้เลือกเผาเฉพาะเศษพืชที่มีแมลงไข่หรือติดโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
การปรับเปลี่ยนวิธีกำจัดตอซังหรือวัชพืชด้วยวิธีสับกลบหรือหมักดิน เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับไร่อ้อยที่ไม่ต้องการเผาและยังได้ประโยชน์จากการเพิ่มจุลินทรีย์ในดินอีกด้วย

ตารางเปรียบเทียบ เผา vs ไม่เผา แบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว?

เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างการเผาตอซังกับไม่เผาได้มากขึ้น ต่อไปนี้คือตารางเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ปัจจัย
เผาอ้อย
ไม่เผา
ต้นทุนระยะสั้น
ต่ำ
สูงกว่าเล็กน้อย
ต้นทุนระยะยาว
สูงกว่าด้วยค่าปรับปรุงโครงสร้างดิน ค่าปุ๋ย
ต่ำกว่า ดินมีโครงสร้างที่ดี และมีปุ๋ยหมักอินทรีย์ที่ผลิตเอง
ข้อดี
ช่วยจำกัดแมลงและวัชพืช 
เติมคาร์บอนและจุลินทรีย์กลับสู่ดิน ลดต้นทุนปุ๋ย
ข้อเสีย
โครงสร้างดินเสีย เพิ่มก๊าซเรือนกระจก และ PM2.5
ต้องใช้เวลาย่อยสลาย และใช้เวลาจัดการตอซังมากขึ้น
ความเสี่ยงทางกฎหมาย
สูง
น้อยมาก

 

แม้การเผาจะดูสะดวกในระยะสั้นและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่เมื่อมองในระยะยาว การไม่เผากลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทั้งในด้านผลผลิตและความปลอดภัยทางกฎหมายห้ามเผา

กฎหมายห้ามเผา เรื่องสำคัญที่พี่น้องเกษตรกรไม่ควรมองข้าม

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า กฎหมายห้ามเผาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความลำบากให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ต้องการลดผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว แม้ว่าการปรับเปลี่ยนในทันทีอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็สามารถเริ่มจากการทดลองวิธีใหม่ ๆ ในพื้นที่เล็ก ๆ แล้วค่อยขยายไปทั้งแปลง เพื่อให้เห็นผลจริงโดยไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไปได้ เพราะแค่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงก็ช่วยลดความเสี่ยงการกระทำผิดกฎหมายห้ามเผาได้ทันที 

สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่อยากลงทุนกับผานสับกลบ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกเครื่องจักรกลทางการเกษตร CMT Thailand ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมแนะนำและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คุณภาพสูง ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์งานเกษตรกรไทย 

สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง

ขอบคุณข้อมูลจาก:

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผา (FAQs)

หากพี่น้องเกษตรกรคนไหนยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ลองมาดูคำถามที่พบบ่อยที่เราได้รวบรวมมากันได้เลย

Q: เผาอ้อยครั้งเดียวมีความผิดไหม?

A: ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและผลกระทบ หากอยู่ในช่วงประกาศห้ามเผา หรือการเผานั้นสร้างความรบกวนให้ผู้อื่น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้

Q: ถ้ามีคนแจ้งกรณีที่มีการเผาตอซังจะเกิดอะไรขึ้น?

A: เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้ และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนจริง อาจมีการดำเนินการตามกฎหมายห้ามเผาทันที

Q: กฎหมายห้ามเผามีข้อยกเว้นไหม?

A: บางกรณีอาจมีการอนุญาตได้ แต่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น

Q: ทำไมภาครัฐถึงเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น?

A: กฎหมายห้ามเผาในที่โล่งมีขึ้นเพื่อต้องการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพคนจำนวนมาก และกำลังกลายเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข


บทความที่เกี่ยวข้อง
จานจักรเฉียงโบร่อน vs. จานกลมโบร่อน เลือกจานไถยังไงให้เหมาะกับดิน
ทำความรู้จักประเภทของจานไถและความแตกต่างระหว่างจานจักรเฉียงและจานกลม เพื่อให้สามารถเลือกซื้อได้เหมาะสมกับการใช้งาน และทำให้งานเกษตรมีประสิทธิภาพสูงสุด
เคล็ดลับดูแลสวนผลไม้หน้าฝน
ทำความรู้จักโรคพืชที่มากับหน้าฝน พร้อมเคล็ดลับดูแลสวนผลไม้หน้าฝนและวิธีป้องกันโรครากเน่าที่ได้ผลจริง เพื่อให้พี่น้องชาวสวนเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้อง
ไขข้อสงสัย ไถพรวนดินมากเกินไปทำให้ดินเสีย จริงไหม
การไถพรวนดินบ่อยเกินไป อาจไม่ได้ดีต่อดินและพืช ซ้ำยังทำให้ดินเสื่อมสภาพ โครงสร้างดินเสีย แนะนำและอธิบายวิธีไถพรวนดินที่ถูกต้อง เหมาะสมกับแต่ละสภาพดิน
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy