กฎหมายห้ามเผาอ้อย 2569 มีโทษอะไรบ้าง? รู้ไว้ก่อนโดนปรับ

รู้หรือไม่? เผาอ้อย เผาตอซังผิดกฎหมายห้ามเผา อาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ
พี่น้องเกษตรกรหลายคนอาจคุ้นเคยกับการเผาอ้อยหรือเผาตอซัง เพราะช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน แต่รู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันกฎหมายห้ามเผาถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ส่งผลต่อสุขภาพของคนทั้งประเทศ ซึ่งข้อกฎหมายในเรื่องนี้คือเรื่องสำคัญที่เกษตรกรทุกคนต้องทำความเข้าใจ
ในบทความนี้ CMT จะมาอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผาแบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน พร้อมแนะแนวทางที่พี่น้องเกษตรกรสามารถปรับใช้ได้จริง เพื่อให้ทำเกษตรได้อย่างยั่งยืนและสบายใจมากขึ้น
กฎหมายห้ามเผา คืออะไร?
กฎหมายห้ามเผา คือข้อกำหนดทางกฎหมายที่ควบคุมการเผาในที่โล่ง พื้นที่การเกษตร และป่าไม้ โดยกฎหมายห้ามเผานั้นก็ไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว แต่เป็นการใช้หลายกฎหมายร่วมกัน เช่น พ.ร.บ.ป่าไม้ ประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งแนวคิดสำคัญของกฎหมายก็เพื่อลดมลพิษทางอากาศที่เกิดซ้ำทุกปี โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่เกิดจากการกำจัดวัชพืชด้วยการเผาในที่โล่ง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผา
เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายห้ามเผาในที่โล่งมากขึ้น ต่อไปนี้คือข้อกำหนดและบทลงโทษที่ต้องรู้
- พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ. 2535 กรณีเผาในที่สาธารณะก่อเหตุรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กรณีเผาข้างทาง ใกล้ถนน มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 กรณีเผาพื้นที่เกษตรหรือเผาในที่โล่ง (จนน่าจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่น) มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีเผาป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 4–20 ปี ปรับ 400,000–2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อ่านบทความที่น่าสนใจ: แชร์ 5 เทคนิค ใช้ผานสับกลบในไร่อ้อยยังไงให้ได้ผลดีที่สุด

เผาอ้อย ผิดกฎหมายไหม?
มาถึงตรงนี้พี่น้องเกษตรกรอาจเริ่มสงสัยแล้วว่า การเผาอ้อยนั้นผิดกฎหมายไหม ซึ่งกรณีนี้มีโอกาสเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ โดยเฉพาะถ้าการเผานั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่น ส่วนกรณีที่เผาอ้อยในที่ดินตัวเองผิดไหม? ต้องบอกว่าแม้เป็นพื้นที่ของตัวเอง แต่ถ้าก่อให้เกิดควัน ฝุ่น หรือไฟลุกลาม โดยเฉพาะในช่วงที่มีประกาศห้ามเผาอย่างเข้มงวด อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายด้านสาธารณสุขหรือสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้นแม้จะเป็นที่ดินส่วนตัว ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งการเผาอ้อยหรือตอซังอาจเป็นวิธีกำจัดตอซังหรือวัชพืชได้รวดเร็ว แต่หากหลีกเลี่ยงการเผาได้นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่จะถูกปรับตามข้อกฎหมายอีกด้วย
เผาไร่อ้อยอาจได้รับบทลงโทษอะไรบ้าง?
กรณีที่การเผาไร่อ้อยทำให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายเป็นวงกว้าง โทษที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีแค่ค่าปรับกรณีเผาพื้นที่เกษตรเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
ตัวอย่างบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้น
- ปรับตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้านบาท (ในกรณีเกิดความเสียหายรุนแรง)
- จำคุกสูงสุดถึง 20 ปี (ในกรณีเกิดความเสียหายรุนแรง)
- ถูกเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม หากกระทบต่อผู้อื่นหรือทรัพย์สิน
- ถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังในพื้นที่ และอาจถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนทางการเกษตรของภาครัฐ
เมื่อดูจากบทลงโทษแล้ว หากพี่น้องเกษตรกรเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการเผา หรือใช้วิธีสับกลบตอซังแทน ก็เป็นอีกวิธีที่จะลดการสร้างมลพิษทางอากาศ และไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกปรับจากบทลงโทษทางกฎหมายได้
กำจัดตอซังได้หมดจดแบบไม่ต้องเผา CMT ขอแนะนำ ผานสับกลบ เครื่องมือสำหรับไถ สับและกลบ ดูรายละเอียดสินค้าที่นี่
ช่วงเวลาไหนที่มีประกาศห้ามเผาตอซัง?
ช่วงเวลาที่ห้ามเผาตอซังโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงที่ภาครัฐประกาศควบคุมการเผาในที่โล่งเพื่อแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งมักตรงกับช่วงปลายปีถึงต้นปี โดยเฉพาะช่วง 1 ก.พ.–31 มี.ค. ช่วงนี้หลายจังหวัดจะมีคำสั่ง “ห้ามเผาเด็ดขาด” และมีการบังคับใช้กฎหมายห้ามเผาในที่โล่งอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวอ้อยหรือข้าวก็เป็นอีกช่วงที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม แม้จะอยู่นอกช่วงประกาศห้ามเผา หากการเผาก่อให้เกิดควัน ฝุ่น หรือความเดือดร้อนต่อผู้อื่น ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายห้ามเผาได้เช่นกัน ดังนั้นก่อนทำการเผาทุกครั้ง ควรตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต. หรือสำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

กำจัดตอซังแบบไหน ไม่ให้ผิดกฎหมายห้ามเผา?
สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่รู้สึกว่าไม่อยากเสี่ยงกับการเผาไร่อ้อย ก็สามารถเลือกวิธีอื่นในการกำจัดตอซังได้ เช่นวิธีต่อไปนี้
- สำหรับเศษพืชปกติให้ทำการตัด–สับ–คลุกดิน หรือนำไปหมักรวมกับมูลสัตว์ เพื่อให้เปลี่ยนเป็นปุ๋ยในการเพาะปลูก
- หากพื้นที่น้อยทำกองหมักหมุนเวียนประมาณ 2–3 จุด โดยระยะเวลาหมักอยู่ที่กองละ 2–4 เดือน
- ลงทุนกับผานสับกลบในการกำจัดเศษพืชขนาดใหญ่ ก่อนนำไปหมักจะช่วยลดแรงและระยะเวลาทำงาน
- หากจำเป็นต้องเผา ให้เลือกเผาเฉพาะเศษพืชที่มีแมลงไข่หรือติดโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจาย
ตารางเปรียบเทียบ เผา vs ไม่เผา แบบไหนคุ้มกว่าในระยะยาว?
เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างการเผาตอซังกับไม่เผาได้มากขึ้น ต่อไปนี้คือตารางเปรียบเทียบเพื่อประกอบการตัดสินใจ
| ปัจจัย |
เผาอ้อย |
ไม่เผา |
| ต้นทุนระยะสั้น |
ต่ำ |
สูงกว่าเล็กน้อย |
| ต้นทุนระยะยาว |
สูงกว่าด้วยค่าปรับปรุงโครงสร้างดิน ค่าปุ๋ย |
ต่ำกว่า ดินมีโครงสร้างที่ดี และมีปุ๋ยหมักอินทรีย์ที่ผลิตเอง |
| ข้อดี |
ช่วยจำกัดแมลงและวัชพืช |
เติมคาร์บอนและจุลินทรีย์กลับสู่ดิน ลดต้นทุนปุ๋ย |
| ข้อเสีย |
โครงสร้างดินเสีย เพิ่มก๊าซเรือนกระจก และ PM2.5 |
ต้องใช้เวลาย่อยสลาย และใช้เวลาจัดการตอซังมากขึ้น |
| ความเสี่ยงทางกฎหมาย |
สูง |
น้อยมาก |
แม้การเผาจะดูสะดวกในระยะสั้นและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่เมื่อมองในระยะยาว การไม่เผากลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ทั้งในด้านผลผลิตและความปลอดภัยทางกฎหมายห้ามเผา
กฎหมายห้ามเผา เรื่องสำคัญที่พี่น้องเกษตรกรไม่ควรมองข้าม
จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า กฎหมายห้ามเผาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความลำบากให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ต้องการลดผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว แม้ว่าการปรับเปลี่ยนในทันทีอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็สามารถเริ่มจากการทดลองวิธีใหม่ ๆ ในพื้นที่เล็ก ๆ แล้วค่อยขยายไปทั้งแปลง เพื่อให้เห็นผลจริงโดยไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไปได้ เพราะแค่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงก็ช่วยลดความเสี่ยงการกระทำผิดกฎหมายห้ามเผาได้ทันที
สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่อยากลงทุนกับผานสับกลบ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลือกเครื่องจักรกลทางการเกษตร CMT Thailand ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมแนะนำและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คุณภาพสูง ที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพ ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์งานเกษตรกรไทย
สนใจผลิตภัณฑ์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทาง
- CMT Thailand เบอร์ +66 38 273 250 to 7
- Facebook Page: Cmt ชลบุรีเมืองทอง ไถดีที่สุด -เพจหลักเพจเดียว
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official @cmt1955
ขอบคุณข้อมูลจาก:
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายห้ามเผา (FAQs)
หากพี่น้องเกษตรกรคนไหนยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ลองมาดูคำถามที่พบบ่อยที่เราได้รวบรวมมากันได้เลย
Q: เผาอ้อยครั้งเดียวมีความผิดไหม?
A: ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและผลกระทบ หากอยู่ในช่วงประกาศห้ามเผา หรือการเผานั้นสร้างความรบกวนให้ผู้อื่น อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้
Q: ถ้ามีคนแจ้งกรณีที่มีการเผาตอซังจะเกิดอะไรขึ้น?
A: เจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้ และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนจริง อาจมีการดำเนินการตามกฎหมายห้ามเผาทันที
Q: กฎหมายห้ามเผามีข้อยกเว้นไหม?
A: บางกรณีอาจมีการอนุญาตได้ แต่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเท่านั้น
Q: ทำไมภาครัฐถึงเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น?
A: กฎหมายห้ามเผาในที่โล่งมีขึ้นเพื่อต้องการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 เพราะเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพคนจำนวนมาก และกำลังกลายเป็นปัญหาระดับประเทศที่ต้องเร่งแก้ไข


